หากใครลองเปลี่ยน Virtual NIC จาก E1000 เป็น VMXNET3 จะเจอปัญหาคือไม่สามารถ SSH ได้ อาจจะลอง telnet ทดสอบดูก่อนเบื้องต้น หลังจากนั้นให้มาตรวจสอบ Service SSH ซึ่งค่อนข้างยุ่งยากพอสมควร
โดยปกติ Virtual NIC ( Network Interface Card ) จะใช้ E1000 ที่เป็น Software สำหรับ 1 GB ซึ่งทาง VMware บอกว่า Best Practice ควรจะใช้เป็น VMXNET3 ที่เป็น Complete Virtual สำหรับ 10 GB เว้นแต่ไม่ Compatible กัน ในการใช้งาน VMXNET3 จำเป้นต้องติดตั้ง VMware Tools เพราะ OS จะไม่ได้มี Driver นี้มาให้
การตั้งค่า Network บน Solaris จะไม่เหมือนการตั้งค่า Network บน Linux เจ้าอื่น ๆ ที่แค่ทำการกำหนด IP, Subnet และ Gateway แล้วทำการ Restart Service ก็สามารถใช้งานได้ แต่เราต้องทำการสั้ง Interface ให้มันทำงานด้วย
การติดตั้ง Solaris โดยติดตั้ง ZFS พร้อมกันด้วยจะไม่ได้ใช้เมนู Default บน Image ของ Solaris ซึ่งเผลอติดตั้งไปรอบหนึ่ง พอจะติดตัง Oracle Database มันจะมี Space ไม่พอนั่นเอง ผมก็เลยจะมาลองลง Solaris แบบถูกวิธีกันตั้งแต่ตอนลง OS
การใช้งานบน Solaris มันช่างยุ่งยากกว่าชาวบ้าน โดยปกติหากเราจะ Login ด้วย root บน Linux มันก็ทำได้ปกติ แต่กับ Solaris มันจะไม่ยอม เราต้องเข้าผ่าน User ที่มีสิทธิืเข้าถึง root โดยเปลี่ยนตัวเองเป็น Super User ( su – ) หลายขั้นตอนเราจึงจะมาทำการ Allow Permission ให้สามารถทำการ Login ด้วย root ได้
Oracle ได้ทำการเปลี่ยนแปลง Network บน Solaris ครั้งใหญ่ทำให้ไม่เหมือนกับการตั้งค่าบน Solaris 10 ไฟล์บางไฟล์ก็จะถูกตัดทิ้งไป หากงงก็ไม่ต้องตกใจไป ผมก็ใช้เวลาอยู่นาน พวกคำสั่งก็จะไม่เหมือนกับพวก Ubuntu หรือ CentOS ด้วย